blog@CL: เปลี่ยนความรู้ฝังแน่นเป็นความรู้สู่สาธารณะ

บรรณารักษ์คิดบวก

สวัสดีคะสมาชิกชาวบล๊อกทุกท่าน

มีอีกเรื่องที่นำเสนอสมาชิกชาวบล๊อก คอลัมน์บทความแปลจากนิตยสารบรรณารักษ์ออนไลน์
เราไปดูกันเลยดีกว่าเนื้อหาน่าสนใจอย่างไร…  :)

ในช่วงตอนนี้โลกของเรากำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ คนในทุกวงการไม่เว้นแม้แต่ในวิชาชีพห้องสมุดกำลังปรับตัวอย่างรวดเร็วตามสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน เช่น การทำโครงการที่ประหยัดเงินหรือแทบไม่ต้องใช้เงิน โดยสามารถคิดและทำด้วยตัวเอง

…ห้องสมุดหลายแห่งทำกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อเป็นการมองไปข้างหน้า บรรณารักษ์ถูกคาดหวังว่าจะต้องทำงานให้มากขึ้น พร้อมกับทรัพยากรที่ลดลง เราต้องใช้คอมพิวเตอร์ในช่วงระยะเวลาที่นานขึ้น แล้วก็ต้องคิดถึงบริการในเชิงรุกให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน รวมถึงการทำและบริหารโครงการโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มคน แล้วมันเป็นการเพิ่มภาระงานหรือไม่ คำตอบก็คือใช่แน่นอน  หลายคนตระหนักว่าปัจจุบันผู้ที่ปฏิบัติในแถวหน้าจะได้รับการพิจารณาเมื่อผ่านงานที่ยาก ๆ ไปได้  และบริการเพิ่มเติมแบบใดจึงจะสามารถตอบสนองผู้ใช้จำนวนมากขึ้นที่ต้องการความช่วยเหลือล่ะ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว   นักศึกษาสาขาบรรณารักษ์และสารสนเทศศาสตร์จะทำอย่างไรจึงจะสนองตลาดงานแบบนี้ได้

…ในขณะนี้มีการเปิดสอนวิชา Library 2.0 และเทคโนโลยีการสร้างเครือข่ายสังคม โดยนักศึกษาจะได้รับการสนับสนุนให้ทดลอง เล่น และคิดเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับการปรับปรุงบริการในโลกที่เปลี่ยนไป คำแนะนำเหล่านี้จะช่วยนักศึกษาในตลาดงานได้ไม่มากก็น้อย

1. ทำปัญหาให้เป็นโอกาส ให้พิจารณาประเด็นที่มีผลกระทบต่อห้องสมุดในขณะนี้ เช่น เศรษฐกิจ อุปกรณ์แปลงผันใหม่ๆ และ digital streaming and download ให้ดูว่านักคิดเชิงนวัตกรรมทำได้อย่างไรโดยไม่เจอกับปัญหา

2. อย่าหยุดยั้งที่จะเรียนรู้ ทีละน้อย ค่อยๆ เรียนรู้ ผ่านการสะดุดและความสำเร็จ วิธีการกำหนดปัญหาและค้นพบวิธีแก้ไขผ่านทางหลักฐานและความคิดของตนเอง หากสามารถเขียนเรื่องราวบน Facebook ได้  จากนี้ก็จะสามารถเขียนลงบนสื่อใด ๆ ก็ได้

3. อยากรู้อยากเห็น เซ็ธ โกดิน (Seth Godin) กูรูด้านการตลาดแนะนำว่า “การอยากรู้อยากเห็นหมายถึงการสำรวจตั้งแต่แรก” ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ๆ ควรเน้นที่ลักษณะแบบนี้ และให้ใส่ไว้ในใบสมัครงาน โดยอาจเขียนว่า  “ฉันอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับการที่ห้องสมุดและบรรณารักษ์สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงโลก อย่างน้อยผู้ใช้ห้องสมุดหนึ่งคนก็ได้”

4. มุ่งเน้นที่ใจ ไม่ว่าจะหางานได้หรือไม่ ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ควรจำไว้ว่าต้องมุ่งเน้นที่ตัวมนุษย์ แคเร็น  ชไนเดอร์ (Karen Schneider) เตือนเราว่า “ผู้ใช้คือดวงอาทิตย์” หากเราสามารถช่วยเหลือผู้ใช้ให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดได้  ความต้องการสารสนเทศที่พึงใจ   หรือช่วยเหลือเรื่องการเชื่อมต่อทางสังคม นั่นก็หมายความว่าเราเข้าถึงใจได้แล้ว

ผู้บริหารห้องสมุดกำลังต้องการจ้างคนที่ไม่ใช่มีแค่ความเข้าใจเชิงปรัชญาที่ดีเกี่ยวกับบทบาทและจุดมุ่งหมายของห้องสมุดเท่านั้น แต่ยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับงานบริการลูกค้าที่ต่อเนื่องด้วย บรรณารักษ์ไม่ใช่แค่อ้างกฎ  5 ข้อ   ของแรงกานาธาน (Ranganthan’s five laws) เท่านั้น ยังต้องเข้าใจการบริการลูกค้าและยินดีที่จะทำทุกอย่างที่โถมเข้าหาตัว ไม่ว่าการนำหนังสือขึ้นชั้น การจำหน่ายออก การทำงานเสมียน หรือการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง นั่นก็คือการปรับตัวได้ง่ายและมีความยืดหยุ่น ให้ช่วยเหลือที่คุณจะช่วยได้และสนองความต้องการของผู้ใช้

บรรณารักษ์และผู้บริหารควรมีความจริงใจและเปิดกว้างกับบรรณารักษ์ใหม่ บ่อยครั้งเรามักคล้ายกับพยายามทำทุกอย่าง และทุกอย่างที่ทำก็ประสบความสำเร็จ ซึ่งบางครั้งมันไม่ใช่ เราควรเรียนรู้จากความพยายามเหล่านี้และทำให้ดีขึ้น   โดยเฉพาะบรรณารักษ์ใหม่นั้นต้องการการสนับสนุนที่จริงใจ ไม่ใช่เรื่องเล่าเพ้อฝันของอดีตยุคก่อนๆ

————————————

อ้างอิง

เคซี่ย์, ไมเคิล และสตีเฟน, ไมเคิล. (2552). แปลโดย พิมล เมฆสวัสดิ์. บรรณารักษ์คิดบวก. สืบค้นเมื่อ 16 กันยายน 2555,  เข้าถึงได้จาก: http://librarianmagazine.com/VOL2/NO4/pages/optimism.html

  • Blogger Post
  • Twitter
  • StumbleUpon
  • Google Buzz
  • Facebook
  • Share/Bookmark