blog@CL: เปลี่ยนความรู้ฝังแน่นเป็นความรู้สู่สาธารณะ

รู้จัก “ข้อตกลงราคาหนังสือมาตรฐาน” (Fixed Book Price Agreement)

…ข้อตกลงราคาหนังสือมาตรฐาน เป็นข้อตกลงระหว่างสำนักพิมพ์และร้านหนังสือว่าจะขายหนังสือในราคาไม่ต่ำ กว่าที่กำหนด บางประเทศตรากฎหมายราคาหนังสือมาตรฐานเพื่อห้ามไม่ให้ลดราคาหนังสือ ประเทศแรกที่ใช้มาตรการนี้คือเยอรมนี ซึ่งใช้มาตั้งแต่ ค.ศ. 1888  และตราเป็นกฎหมายในปี 2002 ปัจจุบันประเทศในยุโรปเกือบครึ่งหนึ่งใช้มาตรการนี้ ส่วนประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเราที่ใช้มาตรการนี้คือญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ภาพ : ร้านหนังสือ เอล อาเตเนียว (El Ateneo) กรุงบัวโนสไอเรส ซึ่งเคยเป็นโรงละครมาก่อน ประเทศอาร์เจนตินาตรากฎหมายราคาหนังสือมาตรฐานตั้งแต่ปี 2001

เหตุจูงใจของมาตรการนี้ก็เพื่อกระตุ้นให้ร้านหนังสือวางขายหนังสือหลากหลาย ประเภท  (ในเมื่อลดราคาไม่ได้ ร้านที่เก็บหนังสือหลากหลายกว่าย่อมได้เปรียบกว่าการวางขายแต่หนังสือขาย เร็ว) และกระตุ้นให้เกิดร้านหนังสือที่มีบริการดี    (เมื่อลดราคาไม่ได้ ต้องแข่งขันเรื่องการบริการ)

หนังสือไม่ใช่สินค้าธรรมดา แต่เป็นสินค้าทางวัฒนธรรมและปัญญา อ. ปกป้อง จันวิทย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าหนังสือเป็นสินค้าที่ทำให้เกิดคุณค่าและประโยชน์ต่อ สังคมสูง เมื่อคนอ่านหนังสือ ผลประโยชน์จากการอ่านไม่ได้ตกอยู่กับคนอ่านเท่านั้น แต่สังคมส่วนรวมได้ประโยชน์ด้วย ดังนั้นหนังสือถือเป็นสินค้าเหมือนบริการทางการศึกษา บริการสาธารณสุข การซื้อหนังสือไม่ใช่การบริโภคแต่เป็นการลงทุน การบริโภคนั้นกินแล้วหมดไป แต่การลงทุนนั้นกินแล้วไม่หมด แต่ยังสร้างโอกาส

..หากมองว่าหนังสือไม่ ใช่สินค้าธรรมดาทั่วไป ดังนั้นจึงจำเป็นยิ่งที่ร้านหนังสือควรวางขายหนังสือหลากหลาย และจำเป็นยิ่งที่ต้องมีร้านหนังสือคุณภาพดี แต่ร้านหนังสือคุณภาพและบริการดีนั้นลงทุนสูง ดังนั้นการกำหนดราคาหนังสือมาตรฐานจะทำให้ร้านหนังสือคุณภาพดีเช่นนี้อยู่ รอด ด้วยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดราคาจากร้านที่ลดราคาอย่างเดียว เช่น หนังสือที่วางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งไม่มีบริการการขายให้ลูกค้า ไม่เกิดกรณีลูกค้าไปเลือกหนังสือในดวงใจจากร้านหนังสือดี แต่ไปซื้อจริงจากร้านที่เสนอราคาถูกที่สุด

กระแสเรื่องนโยบายการแข่ง ขันทางการค้าในทศวรรษ 1970 ทำให้เกิดการเรียกร้องให้ยกเลิกข้อตกลงราคาหนังสือมาตรฐาน ซึ่งมีประเทศที่ยกเลิกไปเช่น ฟินแลนด์ (ยกเลิกปี 1971) ออสเตรเลีย (1972) สวีเดน (1974) และอังกฤษ (1995) แต่ขณะเดียวกัน ก็มีประเทศต่างๆ ที่ตรากฎหมายราคาหนังสือมาตรฐานออกมาเช่นกัน เช่น สเปน (1975) กรีซ (1997) อิตาลี (2005)

..เว็บอเมซอนในฝรั่งเศสเรียกร้องให้ฝรั่งเศสยกเลิกราคา หนังสือมาตรฐาน โดยยกข้อมูลจาก Nielsen BookScan ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยข้อมูลที่เชื่อถือได้ ว่าเมื่ออังกฤษยกเลิกราคาหนังสือมาตรฐาน ทำให้มีสำนักพิมพ์เพิ่มขึ้นจาก 2,200 แห่งในปี 2001 เป็น 3,200 แห่งในปี 2007 และทำให้ราคาเฉลี่ยของหนังสือลดลง 7% รวมทั้งจำนวนหนังสือที่พิมพ์ออกมาต่อปียังเพิ่มขึ้นด้วย (ขออนุญาตให้ความเห็นว่าข้ออ้างหลังนั้น เป็นไปตามกระแสโลกอยู่แล้ว นับวันเรายิ่งมีหนังสือออกมามากขึ้น จึงไม่น่านำมาอ้าง) แต่สมาคมผู้จัดพิมพ์ฝรั่งเศสแย้งว่าเมื่ออังกฤษยกเลิกราคาหนังสือมาตรฐาน ทำให้ร้านหนังสืออิสระล้มหายตายจาก ทำให้หนังสือขึ้นราคา และความหลากหลายของหนังสือลดลง

ฝรั่งเศสเป็นประเทศหนึ่งที่นโยบายราคาหนังสือมาตรฐานประสบความสำเร็จ ทำให้ฝรั่งเศสมีร้านหนังสืออิสระคุณภาพดีกว่า 3,500 ร้าน

การ ขายหนังสือออนไลน์ที่ลดราคาได้มาก ทำให้หลายประเทศเริ่มขยายมาตรการนี้เพื่อใช้กับการขายหนังสือออนไลน์และอี บุ๊กด้วย เช่น เยอรมนีและฝรั่งเศส ในประเทศที่กำหนดราคาหนังสือมาตรฐานเช่นนี้ อเมซอนทำได้อย่างดีที่สุดคือการไม่คิดค่าขนส่งหนังสือ

ข้อตกลงราคาหนังสือมาตรฐานเป็นประเด็นที่มีข้อโต้เถียงจำนวนมาก  อ่านได้จาก http://www.faylicity.com/porch/porch70.html อย่างไรก็ตาม ข้อดีที่ชัดเจนคือคุณค่าเชิงวัฒนธรรม เพื่อการดำรงอยู่ของร้านหนังสืออิสระคุณภาพดี ผลวิจัยของ Ringstad (2004) และ Fishwick (2005) พบว่าการยกเลิกราคาหนังสือมาตรฐานทำให้ร้านอิสระถูกแทนที่ด้วยร้านหนังสือ ยักษ์ใหญ่ (แต่จำนวนร้านหนังสือโดยรวมไม่ได้ลดลง) และหนังสือขายดีมีราคาถูกลง ในขณะที่หนังสืออื่นๆ ราคาสูงขึ้น

ใน เยอรมนี ราคาหนังสือลดลงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับราคาสินค้าอื่นๆ ในขณะที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งไม่ใช้ข้อตกลงราคาหนังสือมาตรฐาน มีราคาหนังสือสูงขึ้นในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เนื่องจากหนังสือขายดีมักมีส่วนลดในร้านค้ามากถึง 30% ดังนั้นหนังสืออื่นๆ ที่ขายไม่ดีจึงต้องตั้งราคาให้แพงขึ้น เพื่อเอาเงินมาอุดหนุนการทำสงครามลดราคา

ตัวอย่างประเทศที่กำหนดราคาหนังสือมาตรฐาน

* เยอรมนี ใช้ราคาหนังสือมาตรฐานรวมทั้งอีบุ๊กเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่ง และมีกฎหมายระบุว่าไม่ว่าจะขายหนังสือเยอรมันในประเทศใดๆ ก็ตาม ก็ต้องใช้ราคาหนังสือมาตรฐาน (ดังนั้น อเมซอนห้ามมาอ้างว่าการตกลงซื้อขายนี้เกิดขึ้นในอเมริกา จึงลดราคาได้)

* เดนมาร์ก ห้ามลดราคาหนังสือเกิน 10% เป็นเวลาหนึ่งปี ยกเว้นตำราเรียน และหนังสือที่พิมพ์ซ้ำครั้งต่อๆ มา

* เนเธอร์แลนด์ ใช้มาตรการนี้กับหนังสือเล่มและกำลังออกกฎหมายราคาอีบุ๊กตายตัว การกำหนดราคานี้ไม่รวมถึงหนังสือมือสอง นิตยสาร ตำราเรียน และกาลานุกรม (almanacs)

* นอร์เวย์ กำหนดราคาหนังสือมาตรฐานรวมทั้งอีบุ๊ก ยกเว้นหนังสือเรียน รัฐบาลประกาศว่าอาจยกเลิกราคาหนังสือมาตรฐานในปี 2014

* สเปน กำหนดราคาหนังสือมาตรฐานรวมทั้งอีบุ๊ก ยกเว้นตำราเรียน

* ฝรั่งเศส ออกกฎหมายราคาหนังสือมาตรฐานรวมทั้งอีบุ๊ก โดยห้ามลดราคาเกิน 5% เป็นเวลาสองปีนับจากหนังสือออก เขาเรียกกฎหมายนี้ว่า Lang Law ตามชื่อของรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมที่ออกกฎหมายนี้ (ขอเล่าเพิ่มว่าร้านหนังสืออิสระคุณภาพในฝรั่งเศสจะได้ติดป้ายว่า “ร้านหนังสืออิสระแนะนำ” จากกระทรวงวัฒนธรรม ป้ายนี้มีอายุ 3 ปี ร้านหนังสือที่จะได้ป้ายนี้ต้องมีบทบาทสำคัญทางวัฒนธรรมในชุมชน, จัดกิจกรรมการอ่านและวัฒนธรรม,   มีพนักงานที่บริการด้วยคุณภาพ, เจ้าของร้านต้องเป็นคนเลือกหนังสือเข้าร้านเอง, ต้องมีหนังสือจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 6,000 เรื่อง ซึ่งหนังสือส่วนใหญ่ต้องเป็นหนังสือที่พิมพ์ออกมาเกินหนึ่งปีแล้ว รัฐบาลจะลดภาษีให้ร้านหนังสือที่ได้ป้ายนี้ และให้เงินสนับสนุน เช่นเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยและเงินสนับสนุนการทำกิจกรรม )

* ออสเตรีย มีกฎหมายราคาหนังสือมาตรฐาน

คุณคิดอย่างไรกับข้อตกลงราคาหนังสือมาตรฐาน ประเทศไทยควรมีนโยบายเช่นนี้หรือไม่

“ไม่ ต้องพูดเรื่องอื่นนะ เอาแค่เรื่องความเป็นธรรม หรือความเป็นประชาธิปไตยก็พอ ข้อตกลงว่าด้วยราคาหนังสือตายตัว (Fixed Book Price Agreement)   จะทำให้คนยะลา  ระยอง แม่ฮ่องสอน อุดรธานี กาญจนบุรีฯ ได้ซื้อหนังสือออกใหม่ในราคาที่เท่ากัน ในเวลาที่ยาวนานเป็นปี แต่ปัจจุบันมีแต่คนกรุงเทพฯกับปริมณฑล หรือคนที่มีรถส่วนตัว มีเงินขึ้นเครื่องบิน แห่กันมาซื้อหนังสือใหม่ลดราคาที่ศูนย์ฯสิริกิติ์ปีละ ๒ ครั้ง คนพวกนี้เท่านั้นที่มีอภิสิทธิ์ซิ้อหนังสือออกใหม่แกะห่อซิงๆ ในราคาลดจากปกตั้งแต่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และแต่ละครั้งก็ต้องซื้อในช่วงเวลาครึ่งเดือนเท่านั้น แค่นี้ก็สร้างความไม่เป็นธรรมแก่เพื่อนร่วมชาติแล้ว ทำกันมาได้อย่างไร ทนกันมาได้อย่างนานนับสิบๆ ปี เพื่อนเอ๋ย”

*******************

มวจ.มาตรฐานวรรณกรรมพิมพ์จำกัด. (2555).  รู้จัก “ข้อตกลงราคาหนังสือมาตรฐาน” (Fixed Book Price Agreement). สืบค้นเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2555, จาก https://www.facebook.com/StandardLimitedEdition

  • Blogger Post
  • Twitter
  • StumbleUpon
  • Google Buzz
  • Facebook
  • Share/Bookmark