blog@CL: เปลี่ยนความรู้ฝังแน่นเป็นความรู้สู่สาธารณะ

สังคมยุคใหม่…ใครใหญ๋?

วัฒนธรรมเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลาและปัจจัยสิ่งแวดล้อม มีคำถามที่มนุษย์ที่ต้องอยู่รวมกันเป็นสังคมมักตั้งคำถามว่า แล้วใครใหญ่หรืออิทธิพลต่อสังคมมากที่สุดในแต่ละยุคเล่า?

ตัวกำหนดตัวตนของมนุษย์ในทุกยุคสมัยคือ ‘ทัศนคติ’ ทั้งที่มีตัวตนและคนอื่นรวมทั้งสิ่งแวดล้อมและกฎหมาย ลองมาทำความเข้าใจกันดูบ้างสิ

ยุคอดีต คงต้องเริ่มต้นกันตั้งแต่
ก. กลุ่มBaby Boomer คือพวกอายุตั้งแต่ 60-48 มักเป็นพวกผู้ใหญ่เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทำงานหนัก หวังความสำเร็จในชีวิตสูง กลัวจน มีลูกมาก ขยัน อดทน เป็นพวก live to work เป็นยุคมีชีวิตเพื่อการทำงาน

ข. กลุ่ม Generation X เป็นพวกอายุ 47-35 เกิดในช่วงมีความมั่งคังของสังคมโลก เป็นพวกกลางเก่ากลางใหม่ รักความสบายมากขึ้น บางทีเรียกเป็นพวก work to live ไม่จริงจัง เป็นยุคทำงานเพื่ออยู่ไปวันๆ
ยุคปัจจุบัน
กลุ่ม Generation Y อายุ 35-13 ปี เกิดในช่วงการเติบโตของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น คอมพิวเตอร์ ชอบสังคม รักสนุก รักเพื่อน ชอบแสดงออก นึกถึง ตัวเองก่อนเสมอ
พวกนี้มักมีสมาธิสั้น ชอบอยู่ในโลกของตัวเอง คิดถึงแต่ตัวเอง เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง หมกมุ่นกับเครื่องมือสื่อสารเทคโนโลยีใหม่มากๆ ไม่สนใจโลกสังคมภายนอก ไม่ชอบเข้าสังคม เพื่อนน้อย แต่ยึดเอาการสื่อสารทางเทคโนโลยีเป็นเพื่อน หลายคนเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Generation Me หรือพวก‘หลงไหลตัวเอง’ที่นำมาเรียก Gen Me เพื่อให้นึกภาพออกและจำง่าย เพราะพวกนี้จะนึกแต่คำว่า ตัวเอง หรือ ‘ME’ นำหน้าเสมอในการดำเนินชีวิต
พวกนี้เกิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980-2000 (อายุ 35-13 ปี) ถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ที่เริ่มเกี่ยวพันกับเทคโนโลยีดิจิตอลและอินเตอร์เน็ตมากขึ้น มีชีวิตผูกพันอยู่กับไฮสปีดอินเตอร์เน็ตไร้สาย โซเซียลมีเดีย สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และมีสิ่งเหล่านี้ติดตัวตลอดเวลา ทำให้เป็นพวกกลุ่มหลงตัวเองอย่างมาก
คน Gen Me นี้ถ้าจะเรียกว่าเป็นพวกมีบุคลิกภาพแบบ Narcissistic Personality Disorder ก็ได้ คือเป็นพวกที่ หลงตัวเองสุดๆ โดยคิดว่าตัวฉัน…ฉัน เป็นที่ตั้ง ไม่ว่าจะทำ คิด หรือพูดอะไร ก็ตาม
พวกนี้หลงไหลวัตถุ ความมีชื่อเสียง เงินทอง และอยากได้มาแบบง่ายๆ เร็วๆ คิดว่าตัวเองมีความสามารถพิเศษสูงมาก ไม่เชื่อกฎหมายกติกาเก่าๆ ใช้ชีวิตตามใจชอบ ไม่อดทนต่อการทำงานเป็นกลุ่มหรือเพื่อองค์กร อยากทำงานอิสระที่ไหนก็ได้ และคิดว่าตัวเองจะต้องได้ผลตอบแทนที่ดีๆเสมอ เวลาผิดหวังมักไม่อดทนและเสียใจมาก อาจกลายเป็นโรคซึมเศร้าหรือทำร้ายตัวเองได้
พวกนี้ชอบศึกษาหาความรู้กว้างขวางในเรื่องที่อย่างรู้และสนใจ คุยกับพวกที่ชอบเรื่องแบบเดียวกัน ไม่ค่อยสนใจคนอื่นที่มีความคิดเห็นแตกต่าง มักเป็นคนตรงไป ตรงมา ไม่ค่อยเกรงใจคน ไม่ชอบงานหนัก ไม่ขยัน แต่ฝันถึงงานสบายๆ อิสระ และรายได้สูง
เรื่องคุณธรรมมักไม่ค่อยมี ไม่ว่าจะเป็นความกตัญญู กตเวที เสียสละ รับผิดชอบ แต่จะแสดงพฤติกรรม ‘จิตอาสา’ หรืออุดมการณ์ได้เป็นครั้งคราว เพื่อคล้อยตามกระแสสังคมออนไลน์ที่เขาเชื่อว่าจะทำให้เขาเป็นคนทันสมัย แต่ก็แสดงได้พักเดียวแล้วก็จะหันมาหมกมุ่นกับตัวเองต่อไป พวกเขาชอบทำตัวแปลกๆ แตกต่างจากคนอื่นเพื่อหวังให้ได้รับความสนใจ
เขาจะหมุกมุ่นกับภาพลักษณ์ตัวเอง สังคมของตนเอง สนใจรูปร่างหน้าตา ถ่ายรูปตัวเอง+กิจกรรมที่ทำแล้วส่งไปให้คนอื่นๆดู เป็นพวกชอบโชว์- แชท – แชร์ – และเชื่ออะไรง่ายๆตามกระแสในโซเซียลมีเดียใช้เวลามากกับการกัมหน้าก้มตาทำกิจกรรมเหล่านี้
พวกหลงไหลตัวเองนี้ที่จริงมีอายุและอาชีพไม่ได้จำกัดแค่ปีเกิดดังกล่าว แต่คนในช่วงหลังๆนี้จะมีบุคลิกดังกล่าวมากเห็นได้ชัด
พวกนี้ทำงานเป็นทีมได้ยาก อนาคตจะตกงานหรือไม่มีงานทำได้ง่าย เอาตัวรอดได้ลำบาก นอกจากพวกฉลาดมากๆที่สามารถผลิตงานสร้างสรรค์ได้ดีจริงๆ
โอกาสจะปรับตัวเป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายแบบสังคมฮิปปี้ในอดีตเป็นไปได้ยาก เพราะในใจเขาต้องการความสำคัญแต่ไม่ให้ความสำคัญคนอื่น สังคมจะต้องเข้าใจและเตรียมตัวรับสภาพเหล่านี้
ยุคแบบนี้เป็นยุคที่เรียกว่า ‘กูใหญ่…แต่ยังเกรงใจกฎหมาย’
ยุคปัจจุบัน – อนาคตอันใกล้ คนในสังคมจะมีลักษณะพิเศษเข้ามาอีกอย่างคือพวก Psychopathic Personality Disorder หรือแปลง่ายๆว่าเป็นพวก ‘อันธพาล’ หรือพวก Psychopath พวกนี้แย่ยิ่งกว่าพวก Gen Me หรือ ‘หลงใหลตัวเอง’ แต่พื้นฐานคล้ายๆกัน คือคิดว่าตัวเองวิเศษ พิเศษ มีอภิสิทธิ์ ไม่เกรงกลัวใครๆ อยากได้อะไรต้องเอาให้ได้ทั้งในแง่ อำนาจ ตำแหน่ง เงินทอง และมักลงมือทำ ทำแม้ผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่อยากได้

แม้รู้ว่าผิดกฎหมายหรือกฏเกณฑ์ก็จะทำ เพราะคิดว่าคนคงไม่รู้หรือเขาไม่แคร์ หรือคิดว่ามีคนที่มีอำนาจบารมีมากกว่าจะมาช่วยเหลือได้
พวกนี้แม้ถูกลงโทษจำคุกก็ไม่หลาบจำ คิดว่าตัวเองไม่ผิดและจำทำผิดซ้ำๆ
ตัวอย่างในสังคมทุกวันนี้มีพวกอันธพาลมากขึ้นทั้งที่ขาดการศึกษาและมีการศึกษาสูง มีตำแหน่งหน้าที่ทำงานทุกระดับ มีทุกอาชีพและทุกวัน ต่างหาเหตุผลมาเข้าข้างตัวเอง เพื่อหาทางทำให้ได้ในสิ่งที่อยากได้ แม้ผิดกฎหมายก็จะทำ
ผู้คนจะทำผิดกฎหมายและกฎเกณฑ์มากขึ้น และอันธพาลรุ่นใหญ่ก็จะคุ้มครองอันธพาลรุ่นน้องๆให้อยู่เป็นกลุ่มในสังคมได้เพื่อประโยชน์ทางอำนาจและเงินทอง
คนปรกติธรรมดาๆจะมีชีวิตอยู่ลำบากขึ้นเพราะกฎหมายเข้าไปจัดการกับกลุ่มอันธพาลได้ลำบาก และมีคนที่มีอำนาจพิเศษเหนือกฎหมายทำผิดกฎหมายมากขึ้นคอยคุ้มกันพวกอันธพาลด้วยกัน
สังคมใดที่มีประชากรมีจิตสำนึกอ่อนแอ ถูกปลุกปั่นยุยงให้หลงเชื่อได้ง่ายหรือมีจิตสำนักบกพร่อง ไม่รู้จักผิด – ชอบ – ชั่ว – ดี เอาแต่ได้ ร่วมกับการมีผู้นำอ่อนแอ กฏหมายอ่อนแอ จะมีคนลักษณะ ‘อันธพาล’ นี้มากขึ้น

เป็นยุคที่เรียกว่า ‘อันธพาลเป็นใหญ่ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย’

สังคมนั้นจะเป็นยุคอันธพาลครองเมือง กว่าจะก้าวข้ามไปได้ก็ต้องมีคนที่มีจิตใจมั่นคง มีคุณธรรมแท้มาปราบพวกอันธพาลเหล่านี้และเริ่มต้นตั้งกติกากฎเกณฑ์สังคมใหม่

ไม่อยากให้สังคมของเราถึงวันนั้นเลย!

ที่มา : นิตยสารดิฉัน วันที่ 31 มกราคม 2557 ฉบับที่ 886  หน้า 262-263
โดย น.พ.วิทยา  นาควัชระ

  • Blogger Post
  • Twitter
  • StumbleUpon
  • Google Buzz
  • Facebook
  • Share/Bookmark