blog@CL: เปลี่ยนความรู้ฝังแน่นเป็นความรู้สู่สาธารณะ

สมัคร ชพค.หรือยังครับ

เรียน พี่ๆเพื่อนๆสมาชิก ชาวblog ที่เคารพ

 

ถ้าพี่ๆเพื่อนๆสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ไปสมัคร ชพค. หรืออยากจะพาคู่สมรสไปทำ ชพส.

ลองอ่านดูครับ หรือพี่ๆเพื่อนๆสมาชิกท่านใดไปกลับมาแล้วอย่าลืมเล่าให้ฟังบ้างนะครับ

 

รายละเอียดพร้อมใบสมัครมีในLotus notes ลำดับที่ 4724

 

ผมได้พิมพ์เก็บไว้แล้ว ถ้าท่านใดต้องการโทรมาขอได้นะครับ ที่หมายเลขภายใน 5207

(เหตุที่ให้เบอร์โทรไว้บ่อยมาก เพราะตอนนี้เลตติ้งผมกำลังตกต่ำสุดๆ

ใครโทรมาก็มีแต่ขอสายคุณพรวรินกับคุณประพันธ์

ผมเกรงว่าวันข้างหน้าถ้าท่านผู้บริหารพิจารณาเลื่อนขั้นแบบรายการสู่ฝันปั้นดาว

คือเช็คจากจำนวนสายโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาผมคงตกรอบแรก)

 

สิ่งที่ต้องเตรียมไปคือ(อย่าบอกใครไปนะว่าลำดับแรกต้องเตรียมใจที่จะไปกับคู่สมรส

ทีเมื่อก่อนถึงเช้าถึงเย็น ทีตอนนี้ไปด้วยกันวันเดียวจะเป็นจะตายให้ได้เลย)

 

1.เขียนใบสมัครไว้ก่อน ถ้าไม่เขียนไปยื่นให้เลยจะโดนว่าเอาได้นะครับ

 

2.ใบรับรองแพทย์ โดยนำแบบฟอร์มที่เป็นของ ชพค. หรือ ชพส.นำไปโรงพยาบาลด้วย

เพื่อให้แพทย์ตรวจโรคตามที่กำหนดของ ชพค. ต้องปราศจากโรคเหล่านี้

1.โรคเรื้อนในระยะติดต่อ หรือระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

2.วัณโรคในระยะอันตราย

3.โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

4.โรคติดยาเสพติดให้โทษ

5.โรคพิษสุราเรื้อรัง

 

3.หนังสือรับรองเงินเดือน

จากประสบการณ์นะครับ กรอกแบบฟอร์มซึ่งมีอยู่ในblog ฝากพี่ยุพเยาว์ไปให้ที่กจ.

พี่ยุพเยาว์จะช่วยดูให้ว่าเอกสารได้รับหรือยัง แล้วพี่เขาจะนำมาให้

หรืออาจจะไปติดต่อขอโดยตรงที่กจ.เองก็ได้ สำหรับที่คณะฯจะใกล้กจ.มากกว่า

 

4.บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรข้าราชการ อย่างใดอย่างหนึ่งพร้อมสำเนา

 

5.ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา

 

6.ใบทะเบียนสมรส พร้อมสำเนา

 

7.ใบเปลี่ยนชื่อ สกุล พร้อมสำเนา

 

การเดินทาง(สำหรับคนที่ยังไม่เคยไป)

นั่งรถตู้จากเทคโนฯไปอนุสาวรีย์ชัยฯ 35 บาท จากนั้นไปต่อที่หน้าโรงพยาบาลราชวิถี

 

สาย 12 บอกว่าไปลงคุรุสภา อยู่ฝั่งซ้ายมือ รถยูโร ราคา 14 บาท รถมินิบัส 7 บาท

ลงจากรถเดินเข้าไปอยู่ด้านซ้ายมืออาคารแรก ขึ้นไปชั้น 2

 

รถยูโร สาย 509 บอกว่าไปลงหน้ากระทรวงศึกษาธิการ(มองด้านขวามือ) ราคา 14 บาท

ลงรถแล้วต้องเดินข้ามถนนมายังฝั่งกระทรวงฯ พอถึงหน้ากระทรวงฯมีป้ายเล็กๆ

ด้านซ้ายมือเขียนว่าป้ายทางเข้า ด้านขวามือเขียนว่าป้ายทางออก

ให้เดินเข้าไปที่เขียนว่าป้ายทางออก เพราะป้ายทางเข้าเป็นกรมอาชีวะ(ต้องเดินอ้อม)

เดินเข้าไปตรงป้ายทางออกใกล้กว่า ให้เดินตรงไปเรื่อยๆจนถึงคุรุสภา

 

(ด้านหน้าเป็นกระทรวงศึกษาธิการ ด้านหลังเป็นคุรุสภา ทำชพค.อยู่ตรงคุรุสภา)

 

พอขึ้นไปชั้น 2 เข้าประตูไปด้านซ้ายมือจะมีประชาสัมพันธ์คอยตอบคำถาม

จะหน้าตาดี ผิวขาว อายุยังไม่มาก เรียกคนที่เข้ามาสอบถามว่าอาจารย์ทุกคน

ผมรู้ในวินาทีนั้นทันทีว่า ถึงแม้ว่าเราจะมีเรื่องสงสัยมากแค่ไหนก็ตามก็ไม่ควรเข้าไปถาม

จึงมองถัดมาเห็นผู้หญิงอีกคนร่างใหญ่ ยืนอยู่ตรงเครื่องกดบัตรคิว

ผมรีบเข้าไปถามทันที แต่ก็ไม่ลืมที่จะต้องรีบยกมือสวัสดีไหว้เขาก่อน

นอกจากเป็นธรรมเนียมที่ดีแล้ว ก็ขอให้ลองนึกสมมุติว่า

ถ้าเราไม่เคยเข้ามาสำนักหอสมุดกลางเลย พอเข้ามาเห็นพี่วลีพรนั่งอยู่

ก็คงต้องยกมือไหว้เหมือนกัน แต่จิตใจเขาดีนะครับ(คงเหมือนกับพี่วลีพรอีกนั่นแหละ)

ช่วยตอบถามสิ่งที่ผมสงสัยได้หมดทั้งยังแนะนำอะไรอีกตั้งหลายอย่าง

ที่สำคัญอยู่ในความเห็นดีเห็นงามของภรรยาด้วยนั่นเองที่ไม่ได้ถามตรงประชาสัมพันธ์

 

กดบัตรคิวครั้งที่ 1 เป็นการตรวจสอบเราก่อนว่าทำ ชพค.ได้หรือเปล่า

 

จากนั้นกดบัตรคิวครั้งที่ 2 เพื่อสมัครสมาชิก ก่อนกดครั้งที่ 2 ต้องกรอกใบสมัครให้ครบ

และเตรียมหลักฐานต่างๆที่แจ้งมาก่อนหน้านี้ให้พร้อมก่อนจึงกด

 

ผมไปสมัครวันแรก ปรากฏว่าหลักฐานไม่ผ่าน 2 อย่างคือ

1.เจ้าหน้าที่เห็นว่าเป็นข้าราชการบำนาญ ซึ่งจะไม่รับข้าราชการบำนาญ

เขาก็หารือกันตกลงว่า ให้ผมนำคำสั่งแต่งตั้งการเข้าบรรจุเป็นพนักงาน

 

(ตรงนี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่ออกนอกระบบไปแล้ว ต้องนำคำสั่งนี้ไปด้วย

จะไม่มีบอกในรายละเอียดของการสมัคร ผมได้เล่าเรื่องนี้ให้คุณนิสากรฟัง

เพื่อแจ้งให้ผู้ที่ออกนอกระบบมาแล้วและต้องการมาสมัคร จะได้ไม่เสียเวลาไปสองรอบ)

 

2.ใบรับรองแพทย์ ผมนำใบรับรองแพทย์ที่ขอมาจากห้องพยาบาลในเทคโนฯลฯ

เมื่อก่อนนั้นได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว แม้แต่โรงพยาบาลในคุรุสภาเขาก็ไม่รับ

ต้องเป็นโรงพยาบาลใหญ่

 

สำหรับ ชพส.ของภรรยานั้นไม่เป็นไร ผมรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างยิ่ง

เพราะถ้าเป็นปัญหาของภรรยา จะเป็นปัญหาที่ใหญ่มากกว่า

 

วันรุ่งขึ้นจึงต้องไปอีก แวะทำใบรับรองแพทย์ที่โรงพยาบาลราชวิถี(ใช้เวลาครึ่งวัน)

รวมทั้งต้องนำคำสั่งบรรจุเป็นพนักงานไปแนบในหลักฐานของตัวเองและของภรรยา

 

สมัครเสร็จแล้วได้รับใบเล็กๆนำลงมาจ่ายเงินชั้นล่าง

อายุ 35 ปีขึ้นไป คนละ 5,600 บาท ถ้าอายุ 55 – 60 ขึ้นไป คนละ 7,600 บาท

 

จ่ายเงินแล้วก็จะได้ใบเสร็จรับเงิน ต้องเก็บไว้ให้ดี เพราะมีผลต่อการเป็นสมาชิกแล้ว

จนกว่าจะได้การตอบนับเป็นสมาชิก ซึ่งจะส่งเอกสารตอบรับไปถึงบ้าน

ของ ชพค. จะได้รับใบตอบรับก่อน ชพส. เพราะคนสมัคร ชพส. เยอะกว่า

 

ไม่ต้องกังวลเรื่องที่ถ่ายเอกสารนะครับ สะดวกมาก แผ่นละ .50 สตางค์

มีอยู่หลายร้าน ร้านขายล็อตเตอรี่ก็เยอะมาก ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับการทำ ชพค.

 

ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเปิดให้ผู้ที่สมัครชิกชพค.ให้กู้ได้แล้ว แต่อย่าพึ่งกู้นะครับ

เพราะมีคนสมัครแล้วจะขอกู้ทันที เขายังไม่ให้กู้สำหรับสมาชิกใหม่

ตรงนี้เคยเล่าให้พี่เสริมศรีฟัง พี่เสริมศรีตำหนิว่าไม่เก็บอาการไว้บ้างเลยที่จะรีบกู้ทันที

ต้องทำให้ดูดีหน่อย ผมจึงน้อมรับฟังไว้เป็นเคล็ดลับครับ

 

และการเปิดให้กู้ก็ไม่มีกำหนดที่แน่นอน เว้นแต่จะมีรายการพิเศษที่เปิดให้กู้ได้

เท่าที่ฟังคุณประพันธ์กับคุณนพกาญจน์คำนวณดูแล้วบอกว่าการกู้ไม่คุ้มสำหรับผู้ที่จะมี

อายุยืนยาว ผมฟังก็รู้สึกทะแม่งๆอยู่ เท่าที่คิดดูเราน่าจะไม่คุ้มนะเพราะจะต้องมีชีวิตอยู่

อีกยาว อย่าพึ่งกู้เลยดีกว่า

 

ส่วนเงินที่จะต้องหักไปทุกเดือน หลายๆคนที่ทำแล้วบอกว่าอยู่ระหว่าง 300

แต่ไม่เกิน 500 ครับ ชพส.จะเก็บครึ่งหนึ่ง แต่ก็จะได้รับผลประโยชน์ครึ่งหนึ่งเช่นกัน

 

ถึงแม้ต้องเสียเงินก้อนสำหรับผู้สมัครอายุ 35 ขึ้นไปก็ถือว่าคุ้ม

เพราะพึ่งจะเข้ามาสมัครก็ถือว่าเป็นสมาชิกแล้ว ได้รับประโยชน์เท่ากัน

นอกจากสิทธิในการกู้

 

ล่าสุดได้ข่าวมาจากพี่เสริมศรีว่าคนสมัครมากขึ้น ยอดเงินไปอยู่ที่ 800,000

แต่ชพส. ได้รับครึ่งเดียวเพราะตอนหักเงินก็หักครึ่งเดียว

 

สำหรับคนที่ยังไม่มีครอบครัวก็สามารถทำได้นะครับ

ชีวิตคนเรานั้นไม่แน่นอน ใช่ว่าจะมีแต่พ่อแม่ที่จากไปก่อนลูก

มีคำสุภาษิตของทิเบตกล่าวไว้ว่า บางทีวันพรุ่งนี้ก็อาจช้าไป

วันนี้เราต้องอยู่ด้วยความไม่ประมาทนะครับ

 

ด้วยความเคารพ

จตุพร

  • Blogger Post
  • Twitter
  • StumbleUpon
  • Google Buzz
  • Facebook
  • Share/Bookmark
  • สมัครแล้วค่ะ…ตอนอายุครบ 35 ขวบ หักเดือนละประมาณ 300-500 ศพละ 1 บาท ถ้าต้องการเข้าไปดูรายชื่อผู้เสียชีวิตและสาเหตุการเสียชีวิตในแต่ละเดือนได้ที่ http://www.otep.go.th/cpc.php สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา