blog@CL: เปลี่ยนความรู้ฝังแน่นเป็นความรู้สู่สาธารณะ

สัปดาห์ 3

เรียน พี่ๆเพื่อนๆชาวblogที่เคารพ

          สัปดาห์ที่ 3 ของการจัดโครงการปฏิบัติธรรมแล้วนะครับ

พี่วิภารัตน์ สุวรรณศรีเป็นเจ้าภาพแล็คตาชอยกับผลไม้อีก 2 ถาดใหญ่

คุณสายใจ วัลลิภากรเป็นเจ้าภาพชิฟฟ่อนมะพร้าวอ่อนอีก 1 กล่องใหญ่

ไม่มีใครคิดที่จะไปทานข้าวเย็นต่อกันอีกเลย

          พระเดชพระคุณหลวงพ่อสอนว่าใครทำดีกับเราแม้เพียงน้ำเปล่าแก้วเดียว

ก็จำได้ไม่เคยลืม พระเดชพระคุณหลวงพ่อจะแผ่เมตตาให้ครับ

ถ้าคนเคยไปวัดอัมพวันเวลาถวายปัจจัยใส่ซองจะเขียนบ้านเลขที่ด้วยจึงทำตามครับ

แผ่เมตตาให้ทั้งเจ้าภาพและคนทานด้วยครับ

          คนมาเข้าร่วมโครงการ 11 คน  จากสำนักหอสมุดกลาง 2 ท่าน

คือพี่จิราภรณ์ ชื่นปรีชา และพี่กัญญาณัฐ อยู่สุข

เป็นครั้งแรกที่ทุกคนปฏิบัติเดิน 1 ชั่วโมง นั่ง 1 ชั่วโมง

(พี่บรรจงขอโทษที่ตั้งเวลาผิด ไม่ได้ตั้งใจจะเข้มขนาดนี้)

          มีนักศึกษาระดับปริญญาตรี 3 ท่าน ปริญญาโท 1 ท่าน

มี 2 ท่านเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ผมจึงแนะนำการปฏิบัติให้

เขามีคำถามหลายข้อ จึงนำมาให้อ่านเป็นบางข้อครับ

          1.นั่งสมาธิแล้วจะเกิดปัญญาได้อย่างไร

ตอบ พระธรรมมี 84,000 พระธรรมขันธ์ ย่อเหลือ ศีล สมาธิ ปัญญา

การกำหนดเป็นตัวศีล ศีลที่เราไปรับกับพระนั้นเป็นเพียงภายนอก

รับแล้วก็ไปพูดโกหก ไปดื่มสุราเป็นบาปกรรม

ส่วนการกำหนดพองหนอ ยุบหนอ เป็นตัวศีล

ขณะที่เรากำหนดเราไม่ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ฯลฯ

ปากเราภาวนาว่าพองหนอ ท้องเราก็พองขึ้นมาจริงๆพูดความจริงศีลเกิดแล้ว

จิตจดจ่อก็เกิดสมาธิ ปัญญาก็เกิดตามมา ไม่ใช่เกิดจากการฟังและคิด

แต่เป็นปัญญาจากการภาวนาเกิดจาก ศีล สมาธิ ปัญญา ที่เราฝึกกันนี้

          2.หนูเรียนคณะวิทยาศาตร์จึงทำในสิ่งที่เป็นเหตุและผล

เมื่อเราเกิดอาการคันเราก็ต้องเกาเพื่อให้หายคัน

แต่เมื่อกี้นั่งกำหนดพองยุบเกิดอาการคัน กำหนดคันหนอก็หายคัน

ทำไมมันหายคันได้ ทั้งที่ไม่ได้เกามัน

ตอบ ไม่มีสิ่งใดทนอยู่ได้ แม้แต่อาการคันไม่ต้องเกามันก็หายคันได้

แต่เราไปเร่งมันให้หายคันเร็วๆจึงไปเกา ทำให้มองไม่เห็นทุกข์จากการคัน

เหมือนเราแสวงหาแต่สุขจึงไม่รู้ว่าเป็นการแพร่ทุกข์ออกไปโดยไม่รู้ตัว

ถ้าเรามองทุกข์ไปเรื่อยๆก็จะพบสุขที่แท้จริงซ่อนอยู่หลังทุกข์

(เห็นเขาพอใจในคำตอบที่ได้รับแล้วจึงไม่ได้พูดต่อว่า

พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญคนที่มีปัญญามองเห็นพระไตรลักษณ์นี้ว่า

แม้มีชีวิตอยู่เพียงแค่วันเดียวก็ประเสริฐกว่าคนที่มีอายุยืนยาวเป็นร้อยปี

เขามาเพียงวันแรกก็สามารถเข้าใจในพระไตรลักษณ์ในเบื้องต้นแล้ว)

ด้วยความเคารพ

  • Blogger Post
  • Twitter
  • StumbleUpon
  • Google Buzz
  • Facebook
  • Share/Bookmark
  • ที่ผ่านมาไม่เคยเข้าร่วมเลย ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง (ไม่ใช่ข้ออ้างน๊าาาา)
    ถ้าเข้าร่วมครั้งนี้ จะหาว่าเราเห็นแก่กินมั๊ยน๊าาา…อิอิอิ ^_^

  • เริ่มพฤหัสหน้าเลยน้องนา ไม่ต้องกลัวว่าจะปฏิบัติไม่ถูก น้องปื๊ดจะแนะนำให้

  • พี่ปื๊ด พี่อ๊อดน่ะ มีปัญหามากกับจังหวะการหายใจ และภาวนา ยุบหนอ พองหนอไปด้วย มันสับสน ไม่ได้จังหวะกันเลยอ่ะ ส่วนเดิน ก็ได้แต่จังหวะการเดิน ไม่ได้จังหวะหายใจเหมือนกัน

  • คุณNaNaยินดีเป็นอย่างยิ่งนะครับ

    พี่kanyanutครับ ฝึกใหม่ๆอาการแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดา
    รู้สึกสับสนอาจจะทิ้งเรื่องลมหายใจก่อน
    อย่าลืมความรู้สึกสับสนก็กำหนดรู้หนอที่ลิ้นปี่จนกว่าอาการสับสนจะหายไป
    เพราะตอนนี้อาการสับสนเป็นปัจจุบัน
    พออาการของพองยุบชัดพองยุบชัด จึงค่อยมากำหนดพองยุบใหม่
    สับสนใหม่ก็กำหนดแบบนี้ครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้อะไร
    (ขณะกำหนดนั้นได้ศีล สมาธิ ปัญญาดังที่กล่าวข้างต้น)
    ทำให้เป็นธรรมชาติของเรานะครับ หายใจอย่างไรก็อย่างนั้น
    กำหนดพองหนอสุดลมหายใจอย่าไปตะเบ็งท้องเพิ่มลมหายใจ
    เดินจงกรมก็เดินอย่างปกติธรรมดา เพียงแต่ทำให้ช้าหน่อย
    ภายหลังจะสัมพันธ์กันเองทั้งคำบริกรรม+กายที่เคลื่อนที่+ลมหายใจ