blog@CL: เปลี่ยนความรู้ฝังแน่นเป็นความรู้สู่สาธารณะ

เสียงที่ไม่ได้ยิน………..

เสียงที่ไม่ได้ยิน………………..( หรือแกล้งไม่ได้ยิน)

เรื่องมีอยู่ว่า สำนักหอสมุดกลางของเรามีนักศึกษา เจ้าหน้าที่และบุคคลภายนอกจำนวนมากเข้าใช้บริการ และเป็นการยากมากที่จะทำให้ห้องสมุดสงบเงียบเรียบร้อย เพราะคนเรามีร้อยพ่อพันธุ์แม่ บางคนก็พูดรู้เรื่อง บางคนก็พูดไม่รู้เรื่อง และบางพื้นที่เจ้าหน้าที่ภายในตึกของเราก็ไม่ได้ประสบปัญหาและสัมผัสถึงความรู้สึกของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการบริเวณเคาน์เตอร์บริการชั้น 1 หรือบางท่านก็เห็นว่ามีปัญหานี้เกิดขึ้นแต่ทำตัวนิ่งเฉยเนื่องจากหลายสาเหตุ เช่น เกรงว่านักศึกษาจะทำการเว็ปบอร์ดมาว่าตัวเอง ดังนั้นดิฉันจึงอยากใคร่ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ทุกท่านร่วมแสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ โดยเฉพาะท่านที่ไม่ได้ประสบกับปัญหาอย่างดิฉัน เพื่อดิฉันจะได้นำแนวทางเหล่านั้นมานำเสนอและปรับใช้กับพื้นที่ที่ประสบปัญหาต่อไปค่ะ

ขอบคุณค่ะ นางสาวดาราวรรณ พูลเพิ่ม

  • Blogger Post
  • Twitter
  • StumbleUpon
  • Google Buzz
  • Facebook
  • Share/Bookmark
  • ร่วมแชร์นะคะ ห้องสมุดไอที ก็จะเจอเสียงดังบ้างเป็นช่วง ๆ (กะหลินหุ้ย)อุ๊ยเกี่ยวตรงไหนเนี่ย หรือบางคนก็ตะโกนเรียกเพื่อนตั้งแต่เปิดประตูห้องสมุดเลยก็มี ห้องสมุดเล็ก เจอนักศึกษากลุ่มเล็ก ๆ ที่คุ้นเคยกัน พอเริ่มเสียงดัง ก็จะมองก่อนถ้ามีเพื่อนในกลุ่มมองมา ก็จะใช้ภาษามือค่ะ นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปาก จากนั้นเขาก็จะบอกเพื่อน ๆ ให้เงียบ แต่ก็มีกรณีดังขึ้นเรื่อย ๆ ก็ต้องเดินไปบอก และใช้น้ำเสียงสาวสวยแบบน้องแตง..ขออ้างอิงนิดนึงนะ..ก็ลดลงได้บ้างค่ะ แต่ก็ยังมีเรื่อย ๆ ปัญหานี้จะไม่หมดไปจากห้องสมุด เพียงแต่เราก็ต้องหาวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละห้องสมุดค่ะ

  • สืบเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงก่อนสอบ – ช่วงสอบ
    ทำให้มีนักศึกษาจำนวนมาก จับกลุ่มกันมาติวหนังสือ กันเป็นจำนวนมาก
    และด้วยห้องสัมมนากลุ่มย่อยหรือห้องติว มีให้บริการ 6 ห้อง แต่ปิดปรับปรุงไป 1 ห้อง
    และห้องสุดท้ายแอร์ไม่เย็นค่ะ โดยส่วนมากเวลามาใช้ห้องติว ก็จะมาเวลาเดียวกัน ทำให้ห้องไม่พอให้บริการต้องต่อคิว ต้องจองคิวกันล่วงหน้า
    ในเมื่อไม่มีห้องให้ติว หลายๆ กลุ่มก็จับจองพื้นที่นั่งอ่าน (โดยเฉพาะ บริเวณโถงชั้น 1 และพื้นที่ชั้นลอย เนื่องจากมีโต๊ะ และเก้าอี้ไว้คอยให้บริการจำนวนมาก)
    ต่างคนต่างติว ต่างคนต่างส่งเสียง แม้จะส่งเสียงเบา(ในความคิดของผู้ส่งเสียง) แต่ก็ดังอื้ออึงกันระงมไปหมด(ทำให้ห้องสมุดกลายสภาพเป็นเหมือนตลาดนัดย่อมๆ เลยทีเดียว..อิอิ)

  • ในเบื้องต้น ก็แก้ไขโดยการ ประกาศเสียงตามสาย ขอความกรุณาโปรดงดใช้เสียงดัง
    (แต่หาได้สนใจไม่..)หลังจากเสียงประกาศหยุดลง เสียงก็ดังกระหึ่มกันเหมือนเดิม
    ประกาศอยู่หลายครั้งก็ยังเหมือนเดิม(ต้องขออภัยหากการประกาศเสียงตามสายจะไปรบกวนใจ บางท่านที่ได้ยิน แต่ขอบอกว่า อยากให้มานั่งฟังเสียงอื้ออึงนี้บ้างท่านจะรู้สึกรำคาญใจยิ่งกว่า..

  • เทอมก่อนๆ ปีก่อนๆ มีบ้างในช่วงสอบที่มีส่งเสียงดังแต่ประกาศก็จะหยุดส่งเสียง แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นาน แต่ก็ได้พักโสตประสาท(หู)บ้างก็ยังดี แต่ปีนี้ค่อนข้าง เสียงดังตลอดๆ แล้วก็ดังนานด้วยค่ะ ตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ จนถึงเย็น จนถึงมืดกันเลยทีเดียวเชียว
    เอ้า!! ใครมีความคิดเห็นประการใด โปรดแจ้งแถลงการณ์ หรือห้องสมุดไหนมีวิธีจัดการโปรด ลปรร.เผื่อจะนำมาปรับใช้ค่ะ..ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    • ดิฉันและเจ้าหน้าที่บริเวณชั้น 1 หน้าเคาน์เตอร์ทำใจเรื่องนี้มาทุกปีค่ะ แต่ปีนี้เสียงดังมาก ๆ ๆ ๆ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากเรามีพื้นที่นั่งอ่านบริเวณชั้นลอยเพิ่มเข้ามาทำให้ชั้น 1 มีพื้นที่นั่งอ่านมากขึ้น หลายคนกระซิบเลยกลายเป็นเสียงรังแตนแต่ก็ยังคงพยายามทำใจค่ะ วิธีการเช่นเดินบอกตามโต๊ะ มองหน้าแล้วส่งสัญญาณมือ รวมถึงการติดป้ายบอก เราก็ทำกันมาหลายรอบแล้วค่ะ แต่ก็ไม่ทำให้มลภาวะนี้จางหายไปแต่อย่างใดแต่เราอยากได้วิธีการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ(อืม…..ถ้าไม่ให้เรียกว่าปัญหาเรียกว่าอะไรดีอะค่ะ เรียกว่ามลภาวะได้มั้ยค่ะ)

  • พี่ว่า อนุญาตให้ใช้เสียงบริเวณโถงบริการชั้น 1 ได้เลยดีมั๊ย .. เราอาจจะอนุญาตให้เฉพาะช่วงก่อนสอบ เพราะเป็นช่วงที่มีผู้เข้าใช้บริการมากมาย มาจับกลุมติวกัน ห้องติวมีน้อย ต่างก็ไม่คิดว่าการส่งเสียงดังเป็นการรบกวนกัน … ส่วนที่ห้ามใช้เสียง ก็คงยังเป็นพื้นที่อื่น ๆ ในห้องสมุด เป็นทางเลือกให้ผู้ใช้เลือกเองว่า จะนั่งบริเวณที่เสียงดัง หรือว่าบริเวณที่ห้ามใช้เสียง … เมื่อคิดได้ดังนั้น พี่คิดว่า เจ้าหน้าที่เอง ก็คงจะคลายอาการหงุดหงิดลงบ้าง เพราะว่าเป็นส่วนที่อนุญาต ไม่งั้น ก็จะรู้สึกเหมือนว่า .. ปล่อยปละละเลย ที่ผู้ใช้บริการส่งเสียงดัง …

  • เห็นด้วยกับพี่อ๊อดค่ะ เปิดพื้นที่ให้ส่งเสียงไปเลยในช่วงนี้
    ขอเสนอเป็นโซนนั่งอ่านด้านห้องวิเคราะห์เก่ากับโซนกาแฟ
    แล้วส่วนนั่งอ่านโถงชั้น 1และชั้น 3 ให้เป็นเขตปลอดเสียง ประชาสัมพันธ์ให้ไปเสียงดังกันโซนเดียว ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามขอเชิญออกไปอ่านข้างนอก ทั้งนี้การเข้าไปเจรจาด้วยวิธีกัลยาณมิตรในเบื้องต้นเกิดผลดีต่อทุกฝ่ายจ้า อันนี้ให้ปรึกษาน้องแตงนะคะ อีกอย่างก็ให้คิดว่าเราเป็นที่พึ่งให้เค้าได้เข้ามาหาความรู้กัน *ใส่ใจแต่อย่าใส่อารมณ์จ้ะ*

  • แจกใบเหลือง ใบแดงดีมั๊ย เอาไปตั้งโต๊ะที่เสียงดัง ถ้าได้เหลือง 2 ใบ เชิญให้ออกไปคุยข้างนอกดีมั๊ยอ่ะ…(ควันหลงจากบอลโลก) เพราะจากช่วงเวลาสั้นๆ ที่ทำนอกเวลา ก็เข้าใจความรู้สึกของพี่ๆ น้องๆ ที่นั่งเคาน์เตอร์ประจำว่าความรู้สึกอย่างไร…

  • ชินแล้วล่ะค่ะเพราะว่าจะเงียบเวลาที่บอก พอผ่านไปสักพักก็เหมือนเดิม
    วิธีแก้ก็คือหาอะไรทำถ้าเรานั่งอยู่เฉยๆเราก็จะได้ยินแต่ถ้าเรามีอย่างอื่นทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเสียงเราก็จะไม่ได้ยินมัน เช่นเดินเข้าไปจัดชั้นหนังสือสมาธิของเราก็จะอยู่ตรงนั้นหรือเด็กมาใช้บริการเราก็จะลืมไปว่าเสียงดังเพราะเราจะสนใจแต่เด็กตรงหน้า

  • เราเข้าใจความรู้สึกของคนที่อยู่เคาน์เตอร์ยืม-คืน บริเวณด้านหน้าค่ะว่ามันดังมากและดังแบบคงเส้นคงวา โดยเฉพาะช่วงบ่าย ๆมันชวนให้หงุดหงิด ทุกปีที่ผ่านมามันไม่ดังแบบนี้ และแต่เดิมพอเย็นๆประมาณซัก 6 โมงกว่าก็จะเงียบๆไปแต่เทอมนี้ 2 ทุ่มก็ยังดังๆๆๆมากอยู่
    จากเหตุการณ์อื่นที่เกี่ยวกับเสียงที่ดังที่โถงที่ชั้น 1 เมื่อประมาณเทอมที่แล้ว เมื่อพี่สันติธรรมได้ทดลองเปิดเสียงตามสายเป็นเพลงซึ่งมันได้ดังบริเวณที่โถงชั้น 1 ปรากฏว่าไม่ถึง 5 นาที ก็มีนักศึกษามาบอกว่าอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเพราะเพลงที่เปิดไปรบกวนการอ่านหนังสือของเค้า ดังนั้น เราลองเปิดเพลงคลอๆเป็นเสียงตามสายบริเวรที่โถงชั้น 1 ไหมค่ะ …
    (ไม่ได้ประชดนะ) …

  • ขอร่วมส่งกำลังใจให้กับบุคลากรที่ทำงานอยู่ตรงนั้นนะครับ
    ขอให้พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดต่อไปครับ

    ขออนุญาตท่านเจ้าของกระทู้คุยกับคุณanongหน่อยครับ
    ใช่คนที่เคยปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์ทองสุขหรือเปล่า
    พระอาจารย์ให้กำหนดที่กึ่งกลางหู เสียงหนอๆๆๆ
    กำหนดไปเรื่อยๆสติจะแยกรูปแยกนามให้เราเอง
    ปัญญาจะเกิดขึ้นมาว่าเราจะจัดการกับเสียงนั้นอย่างไร
    เสียงก็ดังเป็นปกติของมัน แต่หูกับเสียงได้แยกจากกันแล้ว
    รู้สึกโกรธเสียงนั้น ก็กำหนดโกรธหนอๆๆๆ
    กำหนดทันบ้าง ไม่ทันบ้าง ค่อยๆฝึกไป ผมเองก็ค่อยๆฝึกไปเหมือนกันครับ
    หมั่นใส่ตัวกำหนดเข้าไว้ ไม่สู้ ไม่หนี

    • พี่ปื๊ดคะ ขออนุญาตตอบคำถามที่ว่า น้องซะห์ (anong) ใช่คนที่เคยเข้าร่วมฝึกสมาธิหรือเปล่าเนี่ย
      ขอตอบเป็นคำตอบที่มั่นใจเลยค่ะ ว่าน้องเขาต้องไม่เคยเข้าฝึกสมาธิกับพระอาจารย์ทองสุขแน่ค่ะ เพราะน้องเธอเป็น “มุสลิม” อ่ะ

  • อยากได้ความคิดเห็นแบบเปิดกว้างเลย เอาทั้งวิธีดี วิธีละมุนละม่อม ใครคิดอะไรได้ อยากให้ลองตอบดูค่ะ
    คำตอบที่ดีที่สุด – เลือกโดยเพื่อนๆ ที่ช่วยกันโหวต..อิอิ
    1. ติดป้าย”ห้ามส่งเสียงรบกวนผู้อื่น”
    2. ว่ากล่าวตักเตือนด้วยวาจาฉันมิตร
    3. ไล่ออกไปนอกห้อง(หากไม่ปฏิบัติตามระเบียบการใช้ห้องสมุด)

  • “เสียง”ที่ดังในห้องสมุด จึงไม่น่าจะเรียกว่า”ปัญหา”ถ้าห้องสมุด โดยเฉพาะห้องสมุดของสถาบันการศึกษา มีหน้าที่จัดการความรู้ การสร้างสรรค์จินตนาการภายในห้องสมุดจึงไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ผิดอะไร(แต่แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งย่อมเป็นวงสนทนาในเรื่องอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับหนังสือในห้องสมุดเลย)ที่ควรแก้ไขคือ การจัดการสถานที่ภายในห้องสมุดให้เหมาะกับประเภทของหนังสือ ที่มีทั้งใช้ดู ใช้อ่านออกเสียง และอ่านในใจมากกว่า (โดย โต๊ะเรือนอินทร์,นามแฝง)

  • จากประสบการณ์กว่า 20 ปีที่อยู่ห้องสมุดมา ทีแรกๆก็ทำอย่างที่น้องๆทำมาหมดแล้วทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง คือเตือนแล้ว2-3 ครั้ง ยังเสียงดังอยู่จะบอกว่าขอเชิญไปปรึกษากันข้างนอกก่อนนะคะ เพราะรบกวนเพื่อนๆที่ต้องการสมาธิในการค้นคว้า ทำให้มีปัญหาน้อยลงเพราะ นักศึกษาจะบอกกันปากต่อปากและเตือนกันเอง ถ้าเห็นเราไปเดินป้วนเปี้ยน ดูว่าโต๊ะไหนะเจอเตือน ต่อมากลับรู้สึกว่านักศึกษาจะเสียงดังเฉพาะบางเวลา พอไปเรียนก็ไปหมด ถ้าใครเสียงดังนักศึกษาก็จะโดนมองหน้ากันเอง เราไม่ค้องทำอะไรเลย ทำใจเราอย่างเดียว แต่เห็นด้วยกับที่ตั้งเป็นโซนใช้เสียงได้ ถ้าใครดังเกิน ก็จะมีพวกที่เหล่กันเองแหละ มันเป็นเรื่องที่กลายเป็นปกติไปแล้วสำหรับคนอยู่ห้องสมุด คิดเสียว่าเป็น living library ก็แล้วกัน

  • น้องปุ้ย..คุยแข่งเลยยค่ะ เอาให้เสียงดังกว่า สักพักกลุ่มที่เสียงดังๆก็จะเงียบไปเอง ไม่ใช่แสดงความคิดเห็นแบบกวนๆนะจ๊ะ มันเป็นจิตวิทยาจ้า

    • อีกอย่าง..คือ โซนที่นั่งที่ให้เสียงดังได้ อาจไม่เพียงพอเนื่องจากช่วงสอบมี นศ.เข้ามาใช้บริการเยอะ..พี่ว่างั้นคงต้องรอตึกใหม่จัดโซนบริการเสียงดังไว้เยอะเลย หรือไม่ก็ขอให้มีห้องติวเฉพาะกลุ่มให้เยอะกว่านี้ก็ดีนะ เพราะงั้น ช่วงนี้สิ่งที่น้องปุ้ยจะทำได้ก็คือ ท ทหาร อด ทน…อิอิอิ ^_^

  • ไม่รู้จะพูด จะบอกยังไงแล้วค่ะ เพราะที่เจออยู่ทุกวันนี้ ก็ทำให้เครียดอยู่แล้ว(มากถึงมากที่สุดค่ะ) ป้ายก็ติดที่โต๊ะ ว่ากล่าวตักเตือนก็บอก จนบางครั้งก็ใส่อารมณ์ไปบ้าง ก็อย่างว่าแหละปัญหาแก้ไม่ออกสักที ก็พยายามหาอย่างอื่นมาทำ แล้วไม่ใส่ใจกับเสียงตรงนั้นอย่างที่พี่อนงค์บอก (ไม่อย่างนั้นคงเจอประสาทกินแน่)

  • หรือ หรือ หรือว่าเราจะจัดโครงการติวซะเองเลย ให้รุ่นพี่มาติวในหอกลาง
    เราจัดอุปกรณ์ให้ จัดตารางวิชาละ 1-2 ชม. ไหนๆจะดังแล้วก็ได้ประโยชน์ไปเลย คนจะอ่านเงียบไล่เข้าห้องสัมมนากลุ่มย่อยไป
    เป็นบรรยากาศที่สลับกับช่วงเวลาปกติ ลองคิดดูเล่นๆ น่ะค่ะ เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส อิอิ

  • ข้อเสนอแนะน้องนาดีค่ะ ช่วงสอบนักศึกษาต้องการติวจริงๆ เป็นความต้องการของนักศึกษาอยู่แล้ว แต่สถานที่ติวและห้องเสียงดังมีไม่เพียงพอกับความต้องการ (อาคารใหม่คงรองรับได้ค่ะ) แก้ปัญหาอาจแจ้งเตือนเป็นระยะๆ และลุกไปบอกบ้าง แต่พี่ว่าช่วงสอบบรรยาศดีนะผู้ใช้บริการห้องสมุดคุ่มค่าจริงๆ ชอบนะ

  • คืออยากให้เป็นวิธีที่สามารถใช้ได้อย่างถาวรนะค่ะ และดิฉันเห็นด้วยกับพี่นาค่ะเนื่องจากห้องติวของเรามีน้อย และพื้นที่นั่งอ่านแบบใช้เสียงได้ของเราก็ไม่เพียงพอ แต่ถ้ารอตึกใหม่ตอนนี้เราก็คงต้องหาวิธีเบื้องต้นไปก่อนเพราะมลภาวะทางเสียงนี้กระทบกับนักศึกษาหรือผู้ใช้บริการหลาย ๆ ท่านค่ะ ปกติเราได้จัดพื้นที่ที่สามารถใช้เสียงไว้แล้วค่ะนั้นคือโซนร้านกาแฟ หรือห้องฝ่ายวิเคราะห์เก่า แต่ที่เกิดปัญหาอยู่ตอนนี้คือพื้นที่นั่งอ่านโซนโถงชั้น 1 และชั้นลอย

  • งานบริการเคาน์เตอร์เช่นดิฉันก็มีงานทำอยู่ตลอดเวลาอาจมีบ้างที่ว่างแต่มั่นใจว่าไม่เกิน 5 นาทีค่ะ ไม่ได้มีการนั่งนิ่งเฉยอยู่แล้วแต่เสียงของนักศึกษาดังมากค่ะ จนทำให้การสนทนาระหว่างผู้ใช้บริการกับเจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์ประสบความล้มเหลวอยู่หลายครั้งเนื่องจากไม่ได้ยินค่ะ อีกทั้งยังมีผู้ใช้บริการบางท่านเข้ามาบอกว่าพี่คับ พี่ค่ะ เสียงดังมากเลยไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเราจึงได้ทำการโฟนเสียงตามสายแต่ก็ไม่เป็นผล และกลับทำให้มีผู้ที่รู้สึกรำคาญอีกด้วย

  • จึงได้ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพื่อขอความคิดเห็นค่ะ ส่วนเรื่องที่ว่าจะให้พื้นที่ชั้น 1 และชั้นลอยเป็นพื้นที่ใช้เสียงเลยตามความคิดเห็นของดิฉันคิดว่าถ้าทำเช่นนั้นเจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์บริการอาจจะเป็นโรคประสาทกันเลยทีเดียวเพราะเท่าที่เจอกับปัญหาในปัจจุบันอยู่ก็ต้องใช้จิตวิทยาเข้าช่วยกันอยู่แล้ว หรือว่าทางที่ดีควรจะเวียนงานให้ทุกส่วนงานได้มาเจอกับปัญหานี้ดีมั้ยค่ะ เพราะเมื่อได้เจอกับสถานการณ์จริงแล้วอาจทำให้ท่านต้องใช้ความคิดวิเคราะห์กับปัญหาที่เกิดมากขึ้น และหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับหอสมุดกลางของเรา ยังไงก็ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะค่ะ

  • ความคิดว่า ควรจะเวียนงานกันทำก็ดีนะคะ แต่ต้องเริ่มจากในงาน หรือ ฝ่าย (เดิม) ก่อน เนี่องจากว่า ผู้ที่สังกัดในฝ่าย ควรต้องเรียนรู้งานในฝ่ายก่อน แต่ถ้าเชิญชวนแบบข้ามงาน ข้ามฝ่าย ส่วนตัวคิดว่า ยังไม่ควร เพราะงานคงไม่เดินหน้า เนื่องจากอาจจะยังขาดความเข้าใจในงาน .. ประสบการณ์ กับปัญหาของแต่ละงาน แต่ถ้าบอกว่า ให้เวียนงานกัน .. ก็ควรเริ่มเวียนกันในงานบริการฯ ก่อน ดีมั๊ยยยยยยยยยย คะ … และเรื่องนักศึกษาเสียงดัง จนแทบทนไม่ไหวเนี่ย เขาตะโกนโหวกเหวกด่ากัน หรือว่า เสียงดังเพราะติวกันล่ะคะ …จึงแทบทนไม่ไหวขนาดนี้

    • ค่ะ เห็นด้วยกับพี่อ๊อดในเรื่องการเวียนงานในฝ่ายก่อนค่ะ แล้วค่อยเวียนกันทุกส่วนงานต่อไป

  • ส่วนเรื่องนักศึกษาเสียงดัง มีทั้ง ตะโกนเรียกเพื่อน(ตะโกนหน้าเคาน์เตอร์ที่มีเจ้าหน้าที่อยู่ก็มีค่ะ) ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพในการสนทนา ตะโกนด่า และเล่นกัน ส่วนที่ดีก็มีค่ะมีมานั่งติวกัน เราเองก็ดีใจค่ะที่มีผู้ต้องการเข้าใช้ห้องสมุดจำนวนมาก แต่ตอนนี้ทำให้ผู้เข้าใช้บริการหลายท่านรู้สึกไม่พอใจ เพราะต้องการมีสมาธิในการอ่านหนังสืออีกทั้งห้องสมุดก็มีมาตรฐานที่เป็นสากลคือความสงบอย่างที่เรารู้กัน แต่เมื่อตอนนี้เราเริ่มไม่สงบอย่างที่ควรจะเป็นจึงอยากขอความคิดเห็นเพื่อเป็นแนวทางในการทำให้ห้องสมุดของเราน่าประทับใจในการเข้าใช้บริการค่ะ

  • ลองประกาศว่า “นักศึกษาคะ กรุณามีมารยาทในการใช้ห้องสมุดหน่อยค่ะ” จะได้หรือเปล่า คืออยากจะบอกว่า ช่วงที่ประกาศเตือน ควรใช้ถ้อยคำสุภาพ สั้น ๆ ได้ใจความเหมือนกับเราพูดกับเขาโดยตรง โดยไม่ใช่เป็นการอ่านบทพูดน่ะ จะดีป่าวคะ ..

  • ครั้งนี้ก็ลองดูข้อสนอแนะ เพื่อหาแนวทางปรับปรุงในครั้งต่อ ๆ ไปดีมั๊ยคะ เห็นมีเสนอแนะไว้หลากหลายแบบเหมือนกัน บุคลากรงานบริการที่เกี่ยวข้องหาวิธีแก้ไขร่วมกัน..แต่ที่พอทำได้ในตอนนี้ก็คงประมาณพี่อ๊อดบอก ประกาศและเตือนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล..สุภาพ..ขอความร่วมมือ ประกาศบ่อย ๆ ก็ต้องยอมทำค่ะ..(อารมณ์เราสำคัญที่สุด..อย่าหลุดเด็ดขาด)

  • เห็นด้วยกับพี่อุ้มเช่นกันค่ะ วิธีที่ดีที่สุดตอนนี้ก็ต้องประกาศเตือนกันไปก่อน แต่ชั้น 3 ก็เสียงดังเหมือนกัน และยิ่งบริเวณถ่ายเอกสาร ส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีมองบางคนที่เห็นก็จะเงียบและก็บอกเพื่อนในกลุ่ม แต่ได้สักพักเดียวก็เหมือนเดิม จนต้องทำใจ แต่ก็เคยอารมณ์หลุดบ้างเหมือนกัน

  • ค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นนะค่ะ ตอนนี้ก็ต้องประกาศเรื่อย ๆ ค่ะ เนื่องจากยังหาข้อสรุปที่เหมาะสมยังไม่ได้ แต่นักศึกษาก็เริ่มน้อยลงบ้างแล้วเสียงก็เริ่มลดลงไปด้วย ยังไงก็จะหาทางออกกับเรื่องนี้ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ

  • ครั้งต่อไปก็คงต้องรับมือในช่วงก่อนสอบปลายภาค
    เพราะในช่วงสอบเลยจะเข้าใช้ไม่ทั้งหมด น่าจะมีการรณรงค์ก่อน
    “ช่วงวิกฤติเสียง” ด้วยป้ายที่มีคำพูดที่สะดุดหู(แต่ไม่สะดุดใจ)
    เช่น ที่ไอทีใช้ป้าย “เสียงดังไม่ดี เสียง(ดี)ไม่จำเป็นต้องดัง” มีตัวการ์ตูนห้ามแบบน่ารักๆ ค่ะ การเปิดเพลงคลออย่างที่พี่พรบอกก็น่าจะได้ผลค่ะ
    หรือที่เด็ดประกาศเสียงว่า “น้องคนไหนที่คิดว่าตัวเองเสียงดังให้ออกมาเต้นท่าตุ๊กกี้ค่ะ” อันนี้ฮาเกิน :mrgreen: เอาไว้ช่วยกันคิดป้องกันช่วยกันแก้ไขไปค่ะ แต่คิดว่าอย่างไรเสียคงต้องแก้ไขได้น่า นะน้องปุ้ย