blog@CL: เปลี่ยนความรู้ฝังแน่นเป็นความรู้สู่สาธารณะ

สัปดาห์ 5

เรียน พี่ๆเพื่อนๆชาว blog ที่เคารพ

ก่อนอื่นขอขอบคุณพี่นุ้ย พี่จิน และน้องเล็กก่อนนะครับ

ที่เมื่อวานกรุณาช่วยปลอกส้มโอให้พวกเราได้ทานกัน

ขออนุญาตรายงานผลสัปดาห์ที่ 5

 

มีคนมาร่วมโครงการ 12 ท่าน

เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี 4 ท่าน บุคคลภายนอก 2 ท่าน

ยังไม่เคยรับการฝึกเป็นนักศึกษา 1 ท่าน กับบุคคลภายนอก 1ท่าน

บุคคลภายนอกจบนิติศาสตร์จากรามคำแหง

เคยฝึกมาหลายรูปแบบ จึงมีคำถามซักเยอะมาก

จึงตอบโดยไม่ให้กระทบสำนักอื่น เพราะแต่ละที่ต่างก็มีดีด้วยกันทั้งนั้น

ตอนสุดท้ายเขาบอกว่าสิ่งที่เขาฝึกเต็มที่ก็ได้ไปเกิดเป็นพรหม

ตอบว่า หลวงพ่อเน้นที่สมบัติมนุษย์ก่อน

เมื่อคุณสมบัติมนุษย์สมบูรณ์ย่อม ไปสู่สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติเอง

(นิพพานสมบัติ เริ่มจากพระโสดาบัน มาเกิดเป็นมนุษย์ไม่เกิน 7 ชาติ

พระสกิทาคามี มาเกิดในโลกมนุษย์อีก 1 ชาติ

พระอนาคามีกับพระอรหันต์จะไม่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว

ครูบาอาจารย์กล่าวว่า การเจริญสติปัฏฐาน 4 ทำให้ถึงความเป็นพระได้

อย่างเร็ว 7 วัน อย่างช้า 7 ปี หากกระทำอย่างต่อเนื่อง จริงจัง)

เขาบอกว่าเสาะหาครูบาอาจารย์มานานแล้วแต่ยังไม่เจอ

ตอบว่า ที่นี่ก็จะไม่เจอเพราะไม่มีใครเป็นอาจารย์ มีแต่กัลยาณมิตรคอยช่วยเหลือกัน

เสริมนะครับ

ครูบาอาจารย์ไม่ได้อยู่ที่ไหน อยู่ที่กายกับใจเราเอง เรียนรู้ที่ตรงนี้

สติปัฏฐาน4 กำหนด กาย เวทนา จิต ธรรม ก็คือการเรียนรู้ที่กายและใจเรา

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

ตน ตัวแรกกับ ตน ตัวหลังคนละสภาวะกัน

ตน หนึ่งในสองตัว ตัวหนึ่งคือมรรคจิต เราต้องสร้างมันขึ้นมา

มรรคจิต คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์

ไม่ใช่พึ่งตัวเองอย่างเดียว โดยไม่สร้างที่พึ่งของตัวเองขึ้นมา

อย่างนั้นไม่ใช่ความหมายที่แท้จริงของคำสอนว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

มรรคจิต อยู่ในตัวเรา ไม่ได้อยู่นอกกายใจเลย เราต้องสร้างที่พึ่งนี้ขึ้นมาเอง

ด้วยความเคารพ

  • Blogger Post
  • Twitter
  • StumbleUpon
  • Google Buzz
  • Facebook
  • Share/Bookmark