blog@CL: เปลี่ยนความรู้ฝังแน่นเป็นความรู้สู่สาธารณะ

สัปดาห์6

เรียน พี่ๆเพื่อนๆชาวblogที่เคารพ

ขออนุโมทนากับพี่จิราภรณ์ ชื่นปรีชา

ที่กรุณาเป็นเจ้าภาพชิฟฟ่อนเค้กให้ผู้ปฏิบัติธรรมทานกันนะครับ

และยังมาเข้าปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง

แม้จะมีปัญหาเรื่องสุขภาพหัวเข่าแต่ก็สู้ไม่ถอยครับ

มีผู้เข้าร่วมโครงการ 9 คน นักศึกษาระดับปริญญาตรี 3 คน ระดับปริญญาโท 1 คน

ไม่มีคนใหม่มา จึงปฏิบัติพร้อมกัน เดิน 45 นาที นั่ง 45 นาที

พอครบเวลาก็ตั้งสติสำรวมจิตไว้ที่ลิ้นปี่ หลังจากนั้นจึงแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศล

จากนั้นก็ให้ตั้งจิตอธิษฐาน แล้วจึงกราบพระพร้อมกัน

 

การตั้งสติสำรวมจิตไว้ตรงลิ้นปี่ เพื่อเป็นการสะสางจิตของเราก่อน

ในระหว่างวันที่ผ่านมามีอะไรมากระทบใจของเรามากมายก็ให้อโหสิกรรม

จะได้ไม่มีเวรกรรมกันต่อไปภายหน้า อโหสิกรรมได้แล้วจึงค่อยแผ่เมตตาออกไป

ถ้ายังโกรธเกลียดใครอยู่อย่าพึ่งแผ่ออกไป จะแผ่ความโกรธเกลียดออกไปด้วย

ทำไมเราต้องอโหสิกรรมให้เขาด้วย ถ้ายังทำใจตรงนี้ไม่ได้

ก็ขอให้คิดว่าทำเพื่อตัวเราเองและคนที่เรารักไปก่อนครับ

ทำเพื่อตัวเราเองอย่างไร มีคำถามว่ากาต้มน้ำ การ้อนก่อนหรือน้ำร้อนก่อน

คำตอบคือการ้อนก่อน เราโกรธเขา ใจเราร้อนก่อน ทุกข์ทรมานก่อนคนอื่น

ทำเพื่อคนที่เรารักอย่างไร ถ้ายังโกรธเกลียดใครอยู่ จิตยังเป็นอกุศล

จะไม่มีกุศลพอเพื่ออุทิศให้กับคนที่เรารัก ทั้งคนที่ยังมีชีวิตและล่วงลับไปแล้ว

ในแต่ละวันเราอาจมีคนมาทำให้เราโกรธเกลียดได้มากมาย

ถ้าเราปล่อยให้ข้ามวันข้ามคืน(ข้ามเดือน ข้ามปี) ความโกรธจะยิ่งทวี จะจัดการยากยิ่งขึ้น

ความโกรธไม่สามารถห้ามได้ แม้พระโสดาบันก็ยังตัดโกรธไม่ได้

พระสกิทาคามีเพียงเบาบางลงแต่ก็ยังไม่หมด นับประสาอะไรกับเราคนธรรมดาครับ

ถ้าไม่หมั่นฝึกสติให้แข็งแรง เพื่อเพียรเผาความโกรธ

เมื่อเผามันไม่ได้ มันก็จะเผาใจเราเองครับ

หลังจากจิตเราอโหสิกรรมแล้วจึงค่อยแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศล

จากนั้นจึงค่อยตั้งจิตอธิษฐานจึงจะได้ผล(อธิษฐานให้ดีกว่าการอธิษฐานขอ)

ด้วยความเคารพ

  • Blogger Post
  • Twitter
  • StumbleUpon
  • Google Buzz
  • Facebook
  • Share/Bookmark
  • ยังไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมปฏิบัติธรรม…แต่ก็ขออนุโมทนาสาธุด้วย กับผู้ที่ได้ปฏิบัติค่ะ

  • ถามปื้ดค่ะ..พอดีเพื่อนส่งข่าวบอกว่าจะบวช ก็เลยตอบไปว่า “อโหสิกรรมให้หมดเลย” เขาตอบกลับมาว่า “ไม่ได้ขอ” งง..เราพูดผิดไปหรือเปล่าคะคุณปื้ด

  • ถ้าตามความคิดพี่ … พี่ว่า น้องอุ้มพูดไม่ผิดนะ เพียงแต่ว่า อีกฝ่ายน่ะ อาจจะยังไม่เข้าใจ และไม่ได้คิดขออโหสิกรรม ก็ได้ … เลยตอบมาแบบนั้น

    ทั้งนี้ ทั้งนั้น พี่ปื๊ด ก็ช่วยตอบให้ด้วยนะคะ ว่าที่จริงแล้ว เป็นอย่างไรกันแน่ … ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ … พี่จะได้รู้ไปด้วย

  • ขอเพิ่มเติมค่ะ น้องปื้ดคงลืม “ขออนุโมทนากับพี่เหน่งที่กรุณาเครื่องดื่ม แลคตาซอย” ให้ผู้ปฏิบัติธรรมด้วยค่ะ
    ที่น้องปื้ดบอกว่า “ให้อโหสิกรรมก่อนแล้วค่อยแผ่เมตตาออกไป” ขณะปฏิบัติเราควรอโหสิกรรมขั้นตอนไหน

  • ขอบคุณพี่Kanyanutนะครับที่ช่วยตอบให้
    คุณOumทำถูกแล้วครับ ที่อโหสิกรรมทุกเรื่องกับเขา(การให้อภัยเป็นทานชั้นสูง)
    เขาไปบวชจะได้ไม่มีเวรกรรมติดตัวไปหรือมีก็ลดน้อยลง
    การบวชเป็นการต่อสู้กับกิเลสตนเอง แม้เป็นกรรมเล็กน้อยก็ไม่ควรประมาท
    เพราะตอนบวชอะไรมากระทบเพียงเล็กน้อยก็อยู่ไม่ได้แล้วครับ
    เราอโหสิกรรมก็ได้บุญในส่วนของเราแล้ว….ขออนุโมทนา

  • พี่Jirapornครับ ขั้นตอนทั้งหมดนะครับ
    1.เจริญวิปัสสนากรรมฐานครบตามเวลาที่ตั้งสัจจะไว้
    2.นั่งในท่าสมาธิเหมือนเดิมกำหนดรู้หนอที่ลิ้นปี่
    (สำรวจใจเราว่ายังโกรธเกลียดใครอยู่ไหม)
    3.เมื่อจิตเกิดเมตตาอย่างแท้จริงจิตจะอโหสิกรรมให้ผู้อื่นทุกกรณี
    หรืออาจพูดกลับกันได้ว่าเมื่ออโหสิกรรมให้ผู้อื่นทุกกรณีจิตจึงเกิดเมตตาอย่างแท้จริง
    จึงค่อยสวดบทแผ่เมตตาออกไปครับ(สัพเพ สัตตา….)
    4.จากนั้นเปลี่ยนเป็นท่านั่งพับเพียบพนมมือ สวดบทอุทิศส่วนกุศล(อิทังเม ….)
    ครบทุกขั้นตอนจึงอธิษฐานให้เจ้าภาพทุกท่าน(รวมพี่เหน่งด้วย ไม่ลืมนะครับ)