blog@CL: เปลี่ยนความรู้ฝังแน่นเป็นความรู้สู่สาธารณะ

สัปดาห์ 7

เรียน พี่ๆเพื่อนๆชาว blog ที่เคารพ

ผมได้เขียนรายงานผลโครงการปฏิบัติธรรมมาทุกสัปดาห์

เพื่อเป็นการเชิญชวนให้พี่ๆเพื่อนๆได้เข้ามาปฏิบัติธรรมกัน

ตอนนี้พี่ๆเพื่อนๆทุกท่านต่างก็ทราบรายละเอียดโครงการนี้ดีแล้ว

จึงขออนุญาตรายงานผลเป็นสัปดาห์สุดท้าย

แต่ยังมีการปฏิบัติธรรมทุกวันพฤหัสเช่นเดิมและต้องการจะมาขอบคุณหลายๆท่านครับ

พี่จิราภรณ์ พี่กัญญาณัฐ พี่ยุพเยาว์ พี่อรทัย คุณสมพงษ์ เข้าร่วมปฏิบัติธรรม

พี่วิภารัตน์ พี่จิราภรณ์ คุณสายใจ ที่ร่วมเป็นเจ้าภาพเลี้ยงขนมผู้ปฏิบัติธรรม

พี่อัญชลี พี่สุจินต์ พี่ยุพเยาว์ คุณปราณี คุณประพันธ์ ช่วยเหลือด้านต่างๆอีกหลายเรื่อง

พี่วิภารัตน์ พี่นงลักษณ์ คุณสายใจ และคนอื่นๆ(ที่ผมไม่รู้)ช่วยพาผู้ปฏิบัติไปส่ง

คุณสายใจช่วยประชาสัมพันธ์ให้ คุณดาราวรรณและทุกคนที่เคาเตอร์ช่วยตอบคำถาม

คุณประพันธ์ คุณพรวริน ช่วยทำงานให้ และผู้ดูแลblog ตลอดจนผู้เข้ามาอ่าน

ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น ให้ได้รับกุศลโดยทั่วหน้ากันครับ

สัปดาห์ที่ 7 มีผู้เข้าร่วมโครงการ 14 ท่าน

นักศึกษาระดับปริญญาตรี 6 ท่าน ยังไม่เคยมา 1 ท่าน จึงให้คำแนะนำพื้นฐานให้

บุคคลภายนอก 3 ท่าน จากสำนักหอสมุดกลาง พี่จิราภรณ์ พี่อรทัย จากหน่วยงานอื่น 2 ท่าน

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมเล่ารายเรื่อง ตั้งแต่การปฏิบัติระดับพื้นฐานจนกระทั่งสูง

ทางที่ควรเดิน ทางไม่ควรเดินและไม่ควรข้องแวะ

อย่าพึ่งเชื่อหรือไม่เชื่อนะครับ จนกว่าจะพิสูจน์จนได้รู้ได้เห็นเอง

ผมขอสรุปจากทุกสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ

คำสอน 84,000 พระธรรมขันธ์ ย่อเหลือ ศีล สมาธิ ปัญญา

ในขณะที่เราปฏิบัติเกิด สติ สัมปชัญญะ เมื่อนั้นศีล สมาธิ ปัญญาเกิด

ศีล สมาธิ ปัญญา ย่อเหลือ สติ สัมปชัญญะ

เมื่อสติ สัมปชัญญะเกิด เมื่อนั้นเราตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

สติ สัมปชัญญะ ย่อเหลือหนึ่งเดียวคือความไม่ประมาท

คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหมด ลงอยู่ในความไม่ประมาทนี้เองครับ

พระองค์จึงประทานให้ก่อนปรินิพพาน(ปัจฉิมโอวาทของพระพุทธเจ้า) 

 

ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราขอเตือนท่านทั้งหลาย

สังขารทั้งหลายมีความเสื่อม ความสิ้นไปเป็นธรรมดา

ท่านทั้งหลาย จงบำเพ็ญไตรสิกขา คือศีล สมาธิ ปัญญา

ให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด”

ด้วยความเคารพ

  • Blogger Post
  • Twitter
  • StumbleUpon
  • Google Buzz
  • Facebook
  • Share/Bookmark
  • พี่จิสงสัยว่าหลังจากกราบพระเสร็จแล้ว ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติในขั้นตอนยืนหนอ ทำไมจึงใช้เวลายืนนิ่งๆ อยู่ระยะหนึ่ง (สังเกตมาหลายครั้งแต่ลืมถามค่ะ) ทำไมไม่กำหนดยืนหนอต่อจากกราบพระเสร็จแล้วลุกขึ้นยืนเลย

  • พี่Jirapornครับ ก่อนกำหนดยืนหนอ ดูจิตของเราว่าตอนนี้อยู่ไหน
    อยู่ในกายเราหรือเปล่า ถ้าจิตยังไม่อยู่ที่กาย ก็กำหนดให้มาอยู่ที่กายก่อน
    พอจิตมาอยู่ในกายแล้วก็วางจิตไว้ตรงหัวไหล่ขวา กำหนดไป….หนอ..ตามลำดับ
    (กำหนดจนความรู้สึกชัดขึ้นมาที่หัวไหล่นี้คือสัมปชัญะ ตัวกำหนดเป็นตัว สติ
    สติสัมปชัญญะเกิด ศีล สมาธิ ปัญญา ก็ตามมาครับ)
    แต่จิตมักเคยชินอยู่กับการไปอยู่ที่อื่น งาน เพื่อน ละคร ฯลฯไม่ค่อยอยู่กับเรา
    บางทีก็มีเรื่องมากระทบใจอีกจึงต้องกำหนดกันนาน
    จนครบเวลา 1 ชั่วโมงแล้วก็ยังกำหนดยืนหนอไม่ถึง 5 ครั้ง ไม่ได้เดินจงกรมก็มีครับ

    • แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าจิตมาอยู่ที่กายแล้ว (หรือว่าถ้าเรายุติการคิดถึงเรื่องต่างๆ ก็หมายถึงว่าจิตมาอยู่ที่กายแล้ว พี่คิดแบบนี้ถูกต้องมั้ยคะ)
      เสียดายเช้าวันที่ 7 จังไม่ได้มาร่วมปฏิบัติด้วย เพราะไม่ทราบข่าว เพิ่งเปิด blog ตอนบ่าย (วันที่ 7) คราวหน้าต้องดู blog บ่อยๆ จะได้ไม่ตกข่าว

  • พี่Jirapornครับ ลืมบอกไปวันพรุ่งนี้(7ส.ค.)ก็มีการปฏิบัตินะครับ เวลา 09.30สถานที่เดิม พอดีมีนักศึกษาจากเทคโนโลยีมหานครขอให้แนะนำการปฏิบัติเฉพาะวันพรุ่งนี้เป็นกรณีพิเศษ เพราะไม่สะดวกมาเย็นวันพฤหัส พี่บรรจงแจ้งว่าท่านผู้อำนวยการอนุญาตแล้วครับ

  • ใช่ครับ พี่Jiraporn แต่ไม่ใช่การบังคับหรือกดข่มอาการคิดให้หายไป
    สติปัฏฐาน4 กาย เวทนา จิต ธรรม ฐานใดชัดขึ้นมาก็กำหนดที่ฐานนั้น
    ถ้าเริ่มต้นชัดที่ฐานกายก็สามารถกำหนดยืนหนอ เริ่มจากไป..หนอ…ได้เลย
    บางทีชัดที่ฐานจิต มีความคิดก็กำหนดคิดหนอก่อน
    ฐานเวทนาเริ่มต้นจะยังไม่ค่อยเกิดครับ ส่วนใหญ่จะชัดที่ฐานกายกับจิตก่อน
    อาการชัดอย่าบังคับให้ชัดนะครับ สติดีจะชัดขึ้นมาเอง
    ถ้าไม่รู้สึกชัดที่ตรงไหนเลยกำหนดรู้หนอๆๆๆที่ลิ้นปี่ไปเรื่อยๆครับ
    วันเสาร์ไม่มาไม่เป็นไรนะครับ พี่Jirapornมาทุกวันพฤหัสอยู่แล้ว
    ขาดเพียงสัปดาห์เดียว ขออนุโมทนา…

  • ขอบคุณค่ะน้องปื๊ด
    ปฏิบัติบ่อยๆ และซักถามเมื่อไม่รู้หรือสงสัย ทำให้พี่เข้าใจและปฏิบัติได้ถูกต้องยิ่งขึ้น ต้องขอขอบคุณสำนักหอสมุดกลางที่จัดให้มีโครงการดีๆ เช่นนี้ และขอบคุณน้องปื๊ดที่ให้คำแนะนำทุกครั้งเมื่อมีปัญหาและข้อสงสัยค่ะ

  • ขออนุญาตพื้นที่แจ้งข่าวบุญสักเล็กน้อยนะครับ
    พี่ๆเพื่อนๆชาวสำนักหอสมุดกลาง ได้ร่วมกันทำบุญทอดผ้าป่า
    เพื่อขยายถนนทางขึ้นศูนย์ปฏิบัติธรรม วัดถ้ำพระผาคอก จ.เชียงราย
    จะนำไปถวายพระอาจารย์ทองสุขในวันที่ 15 ส.ค. 53
    (ใครสะดวกจะไปถวายด้วยกันได้นะครับที่วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี)
    เฉพาะสำนักหอสมุดกลาง ได้เงินจำนวน 5,170 บาท
    จะนำไปรวมกับคนที่ผมได้บอกบุญไว้ จะแจ้งให้ทราบยอดรวมในกระทู้นี้
    ขอน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
    และขอให้ทุกท่านคิดทำการสิ่งใดขอให้สำเร็จได้โดยง่ายครับ
    (ผมได้บอกบุญเฉพาะผู้ปฏิบัติ 4 คน กับคนในฝ่าย ผู้มีจิตศรัทธารู้ข่าวจึงร่วมด้วยครับ)

  • ไปถวายมาแล้ววันที่ 15 ส.ค.ยอดรวมเงินทั้งหมด58,780 บาท ตรงกับที่พระอาจารย์ทองสุขตั้งใจไว้ว่าจะขยายทางขึ้นเพิ่มเป็นข้างละ 1 เมตร โดยพระทั้งหมดช่วยกันทำรวมทั้งตัวพระอาจารย์เองด้วยครับ